หนุ่มตามหาแม่ที่พลัดพราก 30 ปี ทิ้งเมียไปอยู่กินกับแม่ อ้างแรงดึงดูดทางพันธุกรรม

 
            หนุ่มตามหาแม่ที่พลัดพราก 30 ปี จนพบ แต่จุดจบทิ้งเมียไปอยู่กินกับแม่ เชื่อเป็นแรงดึงดูดทางพันธุกรรม เตรียมวางแผนแต่งงาน และมีลูกด้วยกัน  
พลัดพราก 30 ปี จากแม่เป็นเมีย
ภาพจาก Facebook  

             เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เว็บไซต์ Irish Mirror เผยเรื่องราวที่น่าตกตะลึงของชายรายหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เขาถูกรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่เกิด ทำให้พลัดพรากจากแม่ผู้ให้กำเนิดมานานถึง 30 ปี ก่อนที่จะตามหาแม่แท้ ๆ จนพบ แต่เขาไม่เพียงจะสานสัมพันธ์แม่-ลูก แต่ยังก้าวข้ามเส้นต้องห้ามจนกลายเป็นคู่รัก จนถึงขนาดตัดสินใจหย่าร้างกับภรรยา เพื่อไปใช้ชีวิตอยู่กินกับแม่บังเกิดเกล้าของตัวเอง 

จุดกำเนิด 


             คิม เวสต์ หญิงจากอังกฤษ ได้เดินทางไปเรียนที่แคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา ระหว่างนั้น ขณะที่เธออายุ 19 ปี เธอได้ให้กำเนิดลูกชายชื่อว่า เบน ฟอร์ด ก่อนจะตัดสินใจยกลูกชายให้คนอื่นรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม จากนั้นเธอได้เดินทางกลับสหราชอาณาจักร และไม่เคยได้พบหน้า หรือติดต่อกับลูกชายของเธออีกเลย จนเวลาผ่านไปนานกว่า 30 ปี

             เบน ฟอร์ด เติบโตมากับครอบครัวบุญธรรม เขาได้แต่งงานกับภรรยา และตั้งรกรากสร้างครอบครัวอยู่ที่รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ แต่แล้วในปี 2556 เขาได้ตัดสินใจออกตามหาพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด ก่อนที่จะได้รู้ว่าแม่แท้ ๆ ของเขาคือ คิม เวสต์ เขาจึงเริ่มเขียนจดหมายไปหาเธอ จากนั้นก็ติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์ ความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และในปีถัดมา พวกเขาก็ได้นัดพบกัน ซึ่งการพบกันครั้งนั้น ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอดกาล

ข้ามเส้นต้องห้าม 


             หลังจากได้พบเจอหน้ากัน ความรู้สึกของทั้งสองกลับไม่ใช่แค่ความคิดถึงหรือผูกพันระหว่างแม่และลูกชายที่พลัดพราก แต่กลับกลายเป็นเรื่องทางเพศ ทั้งสองพัฒนาความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งในแบบคนรัก และในขณะนั้น เขาจึงมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับแม่ของตนเอง

             เบนยอมรับว่า การได้เจอกับแม่ทำให้เขาแทบคลั่ง จนถึงขนาดเกิดความรู้สึกว่าต้องแยกทางกับวิคตอเรีย ภรรยาของเขาที่แต่งงานกันมา 2 ปี เพราะเขาไม่สามารถมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเธอได้อีกต่อไป เว้นแต่ว่าเขาจะจินตนาการว่าเธอเป็นแม่ของเขา

             ส่วนคิม เผยว่า วิคตอเรียต้อนรับเธอเป็นอย่างดีในฐานะแม่ของสามี แต่เธอกลับรู้สึกหึงหวงลูกชาย ทำให้เธอไม่สามารถเข้าหาภรรยาของเขาได้ และยังรู้สึกถึงการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น จากนั้นเธอก็พยายามใช้เวลากับลูกชาย จนทำให้ภรรยาของเขารู้สึกถึงความผิดปกติ และมักจะโทรศัพท์มาเสมอ ในที่สุดลูกชายของเธอก็ตัดสินใจครั้งสำคัญ 


ทิ้งเมียมาหาแม่  


             เบนได้สารภาพความจริงทั้งหมด หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หย่าและแยกทางกับภรรยา และย้ายไปอยู่กับคิมที่มิชิแกน สหรัฐฯ ต่อมา เรื่องราวของทั้งสองกลายเป็นที่รับรู้ในวงกว้าง สร้างความไม่พอใจจนเกิดการประณาม หลายคนรับไม่ได้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างสายเลือดเดียวกัน และถือว่าผิดกฎหมายของรัฐมิชิแกน มีโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และอาจต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศ 

             อย่างไรก็ตาม ทั้งสองยังยึดมั่นในความปรารถนาอันแรงกล้า ถึงขนาดวางแผนที่จะแต่งงานกัน และยังพูดถึงเรื่องการมีลูกด้วยกัน แม้ว่าการร่วมสายเลือดเดียวกันจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคทางพันธุกรรมที่ร้ายแรง โดยพวกเขากล่าวว่า หากคิม ซึ่งปัจจุบันอายุประมาณ 50 ปี ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เองตามธรรมชาติ ก็จะใช้วิธีอุ้มบุญ 

คู่แท้จากแรงดึงดูดทางพันธุกรรม ?


             นอกจากนี้ ทั้งสองยังปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยมั่นใจว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งสองไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็น "แรงดึงดูดจากพันธุกรรม" โดยเชื่อว่า เมื่อผู้ที่สัมพันธ์ทางสายเลือดมาพบกันครั้งแรกในวัยผู้ใหญ่จะเกิดแรงดึงดูดทางเพศ เพราะความใกล้ชิดที่พวกเขาขาดหายไปในวัยเด็ก โดยเบนยืนยันว่า เขาไม่เคยมองคิมในฐานะแม่ คิดแต่เป็นเพียงคู่รักเท่านั้น

             ขณะที่คิม กล่าวเสริมว่า "เราเหมือนคู่แท้ที่กำหนดให้มาอยู่ด้วยกัน ฉันรู้ว่าคนอื่นจะบอกว่าเราน่ารังเกียจ เราควรควบคุมความรู้สึกให้ได้ แต่เมื่อคุณถูกความรักครอบงำจนยอมสละทุกอย่างเพื่อมัน คุณก็ต้องต่อสู้เพื่อมัน"  


ขอบคุณข้อมูลจาก Irish Mirror, LADbible








คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
หนุ่มตามหาแม่ที่พลัดพราก 30 ปี ทิ้งเมียไปอยู่กินกับแม่ อ้างแรงดึงดูดทางพันธุกรรม โพสต์เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14:30:20 แสดงความคิดเห็น