ดราม่า สีดอหูพับ กลับดาวตอนถูกขนย้าย ย้อนที่มาคำสั่งต้องพ้นป่า ก่อนจากไปสุดเศร้า


           ดราม่า สีดอหูพับ ล้มระหว่างเคลื่อนย้าย ย้อนที่มาคำสั่งศาล จนท. เผยสาเหตุการตาย ด้านสังคมเรียกร้องหยุดเคลื่อนย้ายช้างป่า

 สีดอหูพับ
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

           กำลังเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนจำนวนมาก กับการจากไปของ พลายสีดอหูพับ ซึ่งล้มและเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการเคลื่อนย้าย จากพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง จ.ขอนแก่น ไปโครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย เมื่อคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา แต่ช้างเกิดล้มในรถบรรทุก ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนและเข้าช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้

ชนวนดราม่าคำสั่งย้ายช้าง


           จุดเริ่มต้นเกิดจากมีชาวบ้าน 6 คน ทำการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองขอนแก่น เกี่ยวกับปัญหาช้างป่า ช่วงปี 2567–2568 สีดอหูพับและช้างป่าในกลุ่มเดียวกันทยอยออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ เข้ามาหากินในพื้นที่เกษตรของ อ.เวียงเก่า และ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น บางครั้งทำให้พืชผลเสียหาย ทำให้ผู้คนบางส่วนหวาดกลัว หรือหนักที่สุด คือ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย ศาลจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ให้จับและเคลื่อนย้ายช้าง 4 ตัว ได้แก่ หูพับ, งาจิ๋ว, คุถัง และสีดอน้อย ภายใน 30 วัน

           กรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการต้องขนย้ายตามคำสั่งศาล ขอขยายเวลาศาล เพิ่มการประเมินงบประมาณ พิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่รองรับ ตรวจสอบแหล่งอาหาร–แหล่งน้ำ และเตรียมมาตรการความปลอดภัย เช่น รั้วไฟฟ้า CCTV และเวรยาม 24 ชั่วโมง พื้นที่ปลายทางคือ โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย ซึ่งตั้งใจให้เป็นพื้นที่ปรับพฤติกรรม

           อย่างไรก็ดี สีดอหูพับ และกลุ่มช้างป่าที่ถูกคำสั่งให้ขนย้าย ไม่ได้มีความคุ้นชินกับผู้คนเท่ากับช้างบ้าน ทำให้สัตวแพทย์ไม่สามารถงดอาหารล่วงหน้า ไม่สามารถตรวจเลือดแบบละเอียด ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมได้ และต้องประเมินสุขภาพจากระยะไกลเป็นหลัก

           ปฏิบัติการขนย้ายในคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 มีหลายคนต่างจับตาถึงขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งดูจะสร้างผลกระทบต่อช้างอย่างมาก และไม่เป็นไปตามแผนที่หน่วยงานวางไว้ เช่น สภาพของช้างที่ถูกยิงยาซึม และต้องเติมยาซึมทุก 30 นาที ขาหลังแทบไม่มีแรง ถูกดึง–ผลักโดยคนกว่า 200 คน จนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อนำหูพับขึ้นรถบรรทุกมาได้เพียง 15 นาที ช้างได้เกิดอาการชัก ทำให้ต้องนำช้างป่าเดินทางเข้ารักษาที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง แพทย์พยายามช่วยแต่สุดท้ายไม่สำเร็จ จนเกิดคำถามว่า ขั้นตอนก่อนหน้านี้ทำให้ช้างเกิดความเครียดและได้รับยาซึมเยอะเกินไปหรือไม่

 สีดอหูพับ
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้




สาเหตุการตายของสีดอหูพับ


           ผลผ่าชันสูตรระบุชัดว่า สาเหตุการตายมาจากการสำลักอาหาร ทำให้ทางเดินหายใจล้มเหลว ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อสลายจากความเครียดเฉียบพลัน (Capture Myopathy) นำไปสู่ภาวะช็อกและหัวใจล้มเหลว หลักฐานที่พบ ได้แก่ เศษอ้อยและมันสำปะหลังในหลอดลม ฟองอากาศในทางเดินหายใจ และอวัยวะหลายส่วนซีดและมีเลือดออก

กระแสสังคมรับไม่ได้


           การตายของสีดอหูพับจุดชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ มีการตั้งแคมเปญล่ารายชื่อ เรียกร้องความโปร่งใส ขอให้ทบทวนกระบวนการเคลื่อนย้าย และบางส่วนถึงขั้นเรียกร้องให้ยกเลิกการเคลื่อนย้ายช้างป่าทุกตัว ประเด็นสำคัญที่กลุ่มคนรักช้างย้ำคือ สีดอหูพับไม่ใช่ช้างดุร้ายโดยสันดาน แต่เป็นช้างวัยรุ่นที่กำลังเรียนรู้ชีวิตในป่า ซึ่งกรณีนี้ปัญหาอาจไม่ใช่ช้างที่ผิด แต่เกิดจากระบบจัดการที่อาจผิดพลาด

 สีดอหูพับ
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

กรมอุทยานฯ ขอโทษ เผยสาเหตุการเสียชีวิต


           ล่าสุด (5 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) พร้อมด้วยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น และทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมแถลงข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของ "พลายสีดอหูพับ" โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสีย พร้อมชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลและวางแผนอย่างรอบคอบ แต่เหตุการณ์ถือเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากข้อจำกัดในการวางยาซึมสัตว์ป่าในธรรมชาติที่ไม่สามารถงดอาหารล่วงหน้าได้ ขณะที่ผลผ่าชันสูตรเบื้องต้นระบุสาเหตุการตายเกิดจากภาวะทางเดินหายใจล้มเหลวจากการสำลักอาหาร ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อสลายจากความเครียดเฉียบพลัน ทำให้เกิดภาวะช็อกและหัวใจล้มเหลว ทั้งนี้กรมอุทยานยืนยันจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปทบทวนและยกระดับมาตรฐานการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าในอนาคต พร้อมยอมรับว่าการจัดการช้างป่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง และจำเป็นต้องหาทางให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยต่อไป

หนูนา กัญจนา เผยต้นตอต้องย้ายช้างป่า


           กัญจนา ศิลปอาชา หรือ หนูนา เปิดมุมมองต่อกรณีการเคลื่อนย้ายสีดอหูพับ ระบุว่ามีคำสั่งจากเบื้องบนให้ต้องย้ายทันที ทำให้เจ้าหน้าที่หน้างานมีข้อจำกัดและไม่อาจฝืนคำสั่งได้ แม้ทีมสัตวแพทย์จะพยายามช่วยอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ทันการณ์ พร้อมชี้ว่าการสูญเสียครั้งนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบในการจัดการช้างป่า และเรียกร้องให้กรมอุทยานฯ ยกเลิกการเคลื่อนย้ายช้างป่าทั้งหมด ไม่ใช่เพียงชะลอ รวมถึงให้ร้องต่อศาลแทนช้าง โดยให้เหตุผลว่าการวางยาซึมช้างป่าในธรรมชาติมีความเสี่ยงสูง ประเมินสภาพร่างกายได้ยาก อีกทั้งการใช้คนจำนวนมากอาจทำให้ช้างเครียด

           ภายหลังการแถลงล่าสุด กัญจนา โพสต์ตั้งคำถามว่าทำไมอธิบดีกรมอุทยานฯ ไม่มาแถลงเอง และย้ำว่าไม่ควรเทียบกับกรณีย้าย ดอกแก้ว–ขุนเดช เพราะเป็นช้างบ้านที่สามารถงดอาหารและตรวจเลือดล่วงหน้าได้ ซึ่งลดความเสี่ยงไปมาก ต่างจากบริบทของช้างป่าอย่างสิ้นเชิง

บทเรียนราคาแพง ที่ไม่อยากให้เกิดซ้ำรอย  


           การตายของสีดอหูพับ ไม่ได้เป็นเพียงความสูญเสียของช้างหนึ่งตัว แต่กลายเป็นคำถามครั้งใหญ่ว่า อะไรคือปัญหาที่แท้จริงของการอยู่ร่วมกันของคนและช้างป่า และปฏิบัติการย้ายช้างป่าจากถิ่นฐานที่นำไปสู่ความผิดพลาดเช่นนี้ จะยังเกิดขึ้นต่อไปอีกหรือไม่

 สีดอหูพับ
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

 สีดอหูพับ
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้



คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
ดราม่า สีดอหูพับ กลับดาวตอนถูกขนย้าย ย้อนที่มาคำสั่งต้องพ้นป่า ก่อนจากไปสุดเศร้า โพสต์เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20:11:59 แสดงความคิดเห็น