
เฟซบุ๊ก Phapapin Dinakara Na Ayudhaya
หนึ่งในสิ่งที่หลายคนไม่อยากเจอเวลาไปต่างประเทศ คือ อาการเจ็บป่วย เพราะนอกจากการสื่อสารที่ยากแล้ว ยังมีเรื่องค่าใช้จ่าย และการเข้าถึงสถานรักษาพยาบาล
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เฟซบุ๊ก Phapapin Dinakara Na Ayudhaya เล่าประสบการณ์การเข้าห้องฉุกเฉินที่นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา จนเสียค่าใช้จ่ายเกือบครึ่งล้าน มีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้
เรื่องเกิดช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 เริ่มจากเราไอแห้ง ๆ จนมีเสมหะมา 4 วัน พอเข้าวันที่ 5 (วัน Thanksgiving day) เราออกไปดูพาเหรด และหลังจากนั้นเริ่มมีอาการหน้ามืดวิงเวียน หมดแรง ร้อนข้างในตัว รู้สึกเป็นหนัก (เราทำประกันเดินทางไว้) เลยเสิร์ช รพ.ที่อยู่ใกล้โรงแรม ก็เข้าไปเลย หน้าตา รพ.ดูดี (รู้ทีหลังว่า รพ.เอกชน และเป็นโรงเรียนแพทย์ด้วย) ก็เดินเข้าไปใน รพ. บอกว่ามาหาหมอ พี่การ์ดบอกว่า อยากเจอหมอหรอ? ถ้าอยากเจอหมอให้ไป ER (ฉุกเฉิน) เท่านั้น ก็เลยเดินไปฉุกเฉิน เข้าไปถึงเอาพาสปอร์ตไปเช็กอิน แล้วรอหมอเรียก เขาไม่สนเลยว่าเราจะมีเงินมั้ย มีประกันมั้ย นั่งรอแปปเดียว ก็เรียกไปเข้าห้องวัดความดัน คุณพยาบาลถามอาการทันที
เนื่องจากเราเอายาที่กินปัจจุบันไปด้วย และบอกว่าทาน DayQuil มาตอนเช้า
คุณพยาบาลเลยส่ง EKG ตรวจหัวใจ ปรากฎผลหัวใจเต้นผิดปกติ รถเข็นปรื๊ดมารอหน้าห้องทันที รีบจับเรานั่งรถเข็นแล้วพูดว่า Team 1!!! พยาบาล คนเข็นรถรีบเร่งมาก จนกลับมาเสิชว่า Emergency Team 1 คือคำที่โรงพยาบาลในอเมริกา ใช้เรียก ทีมแพทย์ฉุกเฉินชุดที่ 1 ที่ถูกเรียกเมื่อเกิดสถานการณ์เร่งด่วนมาก ๆ เช่น ผู้ป่วยหยุดหายใจ, หัวใจหยุดเต้น, ภาวะวิกฤตที่ต้องการทีมแพทย์หลายฝ่ายเข้าช่วยทันที ...พออ่านแล้วตื่นเต้นเลย ดีนะที่ตอนนั้นไม่รู้
ฟีลเหมือนอยู่ในซีรีย์ ER คนเข็นรีบเข็น เกือบจะวิ่ง แล้วพาเราขึ้นเตียงหน้าเคาน์เตอร์หมอ ..เตียงไม่ได้อยู่ในห้อง แต่มีเตียงที่อยู่บริเวณทางเดินรอบห้อง ER เต็มไปหมด
พอเรานั่งลงเท่านั้น คุณหมอ 2 คนวิ่งมา พยาบาลเอาเสื้อ รพ.มาคลุมหัว บอกให้เราถอดเสื้อ เราก็เปลี่ยนเสื้อมันตรงนั้น เจาะเลือดเราต่อ ระหว่างนั้นคุณหมอ 2 คนแย่งกันถามแบบไม่หยุด คือเราเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่เราคงเป็นเคสด่วนสำหรับเขา เขาเลยต้องถามเยอะ เนื่องจากเราไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษแบบพูดคล่องขนาดนั้น เขาก็เลยโทรหาล่ามให้ทางโทรศัพท์ ล่ามเป็นคนไทยแทร้ บอกสิทธิ์เราหมดว่าจะเก็บข้อมูลเป็นความลับนั้นนี่ ระหว่างนั้นหมอ 2 คนก็คุยกันข้ามเราไปมา คำถามประมาณ เกี่ยวกับการหายใจ แน่นหน้าอกมั้ย? ตาพล่ามัวขนาดบ้านหมุนมั้ย? ส่วนคุณพยาบาลก็ดูดเลือดไปเรื่อย ๆ คือวุ่นวายมากเวอร์ ถามคำถามจบ ..หมอส่งไปเอกซเรย์ปอด ส่งตรวจเลือดเยอะไปหมด
ระหว่างรอผล พยาบาลมาให้น้ำเกลือ 2 ถุง มีบุรุษพยาบาลเอาไทลินอลมาให้กิน 2 เม็ด (รวมระยะเวลาอยู่ใน รพ. ประมาณ 4-5 ชั่วโมง)
ระหว่างนั้น มีเจ้าหน้าที่การเงินมาสอบถามเรื่องชื่อ ที่อยู่ในอเมริกา มีประกันมั้ย ซึ่งเราบอกว่าทำประกันเดินทางจากที่ไทยมา ซึ่งเขาก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายนัก
เมื่อผลออก และอาการดีขึ้น คุณหมอเดินมาแจ้งว่า ผลคือเราเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และหัวใจเต้นผิดปกติ ให้เราดื่มน้ำเยอะ ๆ ถ้าเวียนหัวอีกให้ไปซื้อไทลินอลกิน และให้นัดพบหมอโรคหัวใจด้วย (กลับมาตรวจหัวใจแพคเกจใหญ่ที่ไทยแล้ว ผลปกติค่ะ) แล้วก็พาเราลุกเดินรอบ ๆ ว่าเรามีอาการวิงเวียนอยู่มั้ย แล้วก็ร่ำลาไป
จากนั้น คุณพยาบาลก็มาเอาที่เจาะเลือดที่แขนออก และเดินเอาผลทุกอย่างมาให้เกือบ 10 แผ่น เราก็บอกว่าที่ไทยใบรับรองแพทย์จะมีหมอเซ็นชื่อ แต่ที่นี่คุณพยาบาลบอกว่า หมอจะไม่เซ็นอะไรให้ มีแค่ผลตรวจเท่านั้น แล้วก็บอกให้กลับบ้านได้ เราก็เอ๊ะ ไม่บอกให้ไปจ่ายเงิน แต่บอกให้กลับบ้านหรอ?
เราเดินออกมาด้านหน้าที่เดิม ถามว่าจ่ายเงินที่ไหน เขาบอกว่าจะไม่มีการจ่ายเงินที่นี่ คุณต้องเข้าไปเช็กในเว็บเอง โดยใช้เบอร์หรืออีเมลที่บอกไว้ตอนแรก เข้าไป Login เดินออกมาด้วยความมึนงงว่า แล้วถ้าเรากลับไทยแล้วไม่จ่ายเงินเขาล่ะ???
ตอนยังอยู่ที่นั่นเราเข้าไปเช็กเว็บทุกวัน บิลก็ยังไม่ออก พอวันเราออกจากอเมริกาไปแคนาดา เราจะลงแอปฯ โรงพยาบาล เพื่อให้เข้าระบบให้เสถียร ปรากฎถ้าอยู่นอกอเมริกาเข้าทั้งเว็บและ App ไม่ได้! เราเลยต้องต้องมุด VPN เพื่อไปลง App จนกลับมาไทยรวม 7 วันแล้ว ราคาก็ยังไม่มาสักที ประมาณวันที่ 8 มีเมลมา 1 เมลล์ให้เข้าไปเช็ก ปรากฎเจอแค่ค่าเอกซเรย์ปอด 22$ ส่วนอื่นจะตามมาทีหลัง เราเลยรอราคาอื่นออกมาแล้วจ่ายทีเดียว จะได้ทำเรื่องเบิกง่ายกว่า
จนอีก 4-5 วันต่อมา ราคารวมทั้งหมดออกมาที่ 14,300$ หรือเงินไทยราวๆ 460,000 บาท!!!!!
ค่ารักษาจริงไม่ใช่แบบนี้
แต่เดี๋ยวก่อน...เขามีส่วนลดให้คือ Hospital-Based Charity/Special Discount สำหรับคนที่จ่ายเงินเอง ลดไป 11,600$ เหลือแค่ 3,000$ !! หรือประมาณ 100,000 บาทไทย! (อยู่โรงพยาบาล 4 ชั่วโมง น้ำเกลือ 2 ถุง ไทลินอล 2 เม็ด)
เรางงว่าทำไมส่วนลดมันเยอะขนาดนั้นเลยไปถาม chatgpt มา (เพราะไม่รู้จะไปถามใคร) chatgpt บอก โรงพยาบาลที่อเมริกาชอบเปิดราคาสูงไว้ก่อน แล้วให้ส่วนลดทีหลัง....
จากนั้นเราก็เริ่มชำระเงิน และใช่ค่ะ มุด VPN ไปชำระเงิน ..อะไรมันจะยากขนาดนั้นนะ
เนื่องจากโพสต์ที่เฟซหลักของเรานี้มีผู้เข้ามาอ่านจำนวนมาก บางท่านเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม จึงขออนุญาตอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติม
จากหลายคอมเมนต์ของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้แนะนำว่า หากอาการไม่ได้รุนแรงหรือฉุกเฉินจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเข้า ER แต่สามารถเลือกเข้ารับการรักษาที่ Urgent Care แทนได้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ามาก
เนื่องจากเราไม่ทราบข้อมูลนี้มาก่อน และไม่คิดว่าจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลระหว่างท่องเที่ยว จึงอยากแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมไว้สำหรับผู้ที่อ่านโพสต์นี้ไว้เป็นความรู้ค่ะ
หลังจากเราจ่ายเงินที่คาดว่าจะเป็นบิลใบสุดท้ายเลยเริ่มทำการส่งเคลมประกัน และปัจจุบันนี้ได้เงินค่าเข้าห้องฉุกเฉินที่นิวยอร์ก, อเมริกา จากบริษัทประกันคืนเรียบร้อยแล้ว

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
