ฉาว ศาสตราจารย์ ม. ดัง รับสินบน 3.6 แสน เที่ยวคลับหรู - ลงอ่าง หนักจนฝ่ายเปย์แฉเอง !

          ฉาวหนัก ศาสตราจารย์ ม.โตเกียว ถูกแฉยับ รับสินบนแลกความสำราญ 3.6 แสน พาไปลงอ่าง เลี้ยงหรู เที่ยวคลับราคาแพง ฝ่ายคนติดสินบนถูกเรียกเงินจนรับไม่ไหว จนต้องเปิดหน้าแฉเอง 

ศาสตราจารย์ ม.ดัง รับสินบน 3.6 แสน

          วันที่ 26 มกราคม 2569 เว็บไซต์ The Asahi Shimbun รายงานกรณีอื้อฉาวในญี่ปุ่น เมื่อศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียวถูกจับกุม ฐานต้องสงสัยเรื่องการรับสินบนมูลค่า 1.8 ล้านเยน (ราว 364,000 บาท) แลกกับการเอื้อประโยชน์เกี่ยวกับโปรเจกต์งานวิจัย โดยสินบนดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับการพาไปเลี้ยงต้อนรับตามคลับหรู ร้านอาหารหรู ตลอดจนเสพสุขในอาบอบนวด 

          ขณะที่แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน เปิดเผยว่า ชินอิจิ ซาโต้ วัย 62 ปี ศาสตราจารย์ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยโตเกียว น่าจะได้รับเงินมากกว่านี้เพื่อแลกกับความร่วมมือของเขาในการศึกษาร่วม ว่าการใช้สารแคนนาบินอยด์ (CBD) ซึ่งเป็นสารสกัดที่พบในกัญชา สามารถนำมาใช้รักษาโรคผิวหนังได้หรือไม่

          ด้านกรมตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้ส่งเอกสารไปถึงอัยการแล้ว เกี่ยวกับคดีความซึ่งมี โคอิจิ ฮิกิชิ วัย 52 ปี หัวหน้าสมาคมเครื่องสำอางญี่ปุ่นในภาคเอกชน เป็นผู้ติดสินบน ขณะที่ลูกน้องเก่าของซาโต้อย่าง อายูมิ โยชิซากิ วัย 46 ปี ก็มีชื่อพัวพันคดีนี้เช่นกัน 

ติดสินบนศาสตราจารย์ แลกผลประโยชน์งานวิจัย 


          รายงานเปิดเผยว่า โคอิจิ ฮิกิชิ ซึ่งเป็นหัวหน้าสมาคมเครื่องสำอางญี่ปุ่นภาคเอกชน มีความสนใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับการใช้ CBD ในการรักษาโรคผิวหนัง และยังเคยบอกคนรอบตัวว่าอยากจะทำการวิจัยทางคลินิก ที่คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น เพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ CBD และความเชื่อมโยงไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์

          ขณะที่ ชินอิจิ ซาโต้ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่ได้รับการยกย่อง ซึ่งในฐานะพนักงานมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ทั้งตัวเขาและ อายูมิ โยชิซากิ ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ต่างถือเป็นข้าราชการที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายต่อต้านสินบน แต่กลับปรากฏว่า ฮิกิชิ มีความพยายามติดสินบนด้วยการพาทั้ง 2 คนไปเลี้ยงต้อนรับอย่างหรูรา ทั้งเที่ยวคลับและอาบอบนวดประมาณ 30 ครั้ง ระหว่างเดือนมีนาคม 2566 - สิงหาคม 2567 โดยคิดเป็นเงินรวม 3.8 ล้านเยน (ราว 769,000 บาท)
 
          นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 หลังจาก ฮิกิชิ ประชุมออนไลน์กับ ซาโต้ ผ่านบุคคลที่สาม กระบวนการความร่วมมือก็มีความคืบหน้า จนกระทั่งในเดือนมีนาคม 2566 สมาคมของเขาได้ทำสัญญาความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย เพื่อจัดตั้งหลักสูตรสำหรับวิจัย CBD ร่วมกัน โดยมี ซาโต้ เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ดังกล่าว
 
          ทางสมาคมตกลงที่จะมอบเงินทุนปีละ 30 ล้านเยน (ราว 6 ล้านบาท) ในการวิจัย CBD โดยมีการพาซาโต้กับลูกน้องไปเที่ยวคลับและอาบอบนวด เพื่อตอบแทนความช่วยเหลือในการจัดตั้งหลักสูตรดังกล่าว อีกทั้ง ฮิกิชิ ยังเผยกับนักวิชาการทั้ง 2 คน ว่าตนเองตั้งใจจะแบ่งผลประโยชน์ในอนาคตจากธุรกิจเกี่ยวกับ CBD แก่ทั้งคู่ โดยร้องขอให้มีการทำวิจัยเพิ่มเติม รวมถึงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการผสมพันธุ์แบบเลือกสรรของกัญชา 
 
          โปรเจกต์งานวิจัยที่มีแผนงาน 3 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่นในตอนแรก แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาย่ำแย่ลงในเดือนสิงหาคม 2567 หลังจากซาโต้และลูกน้องเรียกร้องเงินจาก ฮิกิชิ
 
          ในเดือนสิงหาคม 2567 ฮิกิชิ จึงเข้าปรึกษากับตำรวจ โดยชี้ว่าการที่ซาโต้และคนอื่น ๆ เรียกร้องเงินจากเขา เป็นความพยายามกรรโชกทรัพย์ จากนั้นในเดือนมีนาคม 2568 มหาวิทยาลัยโตเกียวได้ยกเลิกสัญญาสำหรับการทำวิจัยร่วมและหลักสูตรต่าง ๆ 
 
          2 เดือนต่อมา ฮิกิชิยื่นฟ้องต่อซาโต้และทางมหาวิทยาลัย เรียกร้องค่าเสียหาย 42 ล้านเยน (ราว 8.5 ล้านบาท) โดยอ้างว่านักวิชาการของสถาบัน บังคับให้เขาพาไปเลี้ยงต้อนรับอย่างหรูหรา จากนั้นก็ขอยกเลิกงานวิจัยฝ่ายเดียว 

มื้ออาหารหรู ปรนเปรอศาสตราจารย์ 


          จากบันทึกของศาลและข้อมูลจากฝ่ายสืบสวน เผยให้เห็นว่า ฮิกิชิ พา ซาโต้ ไปเลี้ยงต้อนรับครั้งแรกในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับไฮเอนด์ ในย่านยูราคุโช ของโตเกียว ซึ่งบิลค่าอาหารในมื้อนั้นสำหรับ 3 คน คิดเป็นเงินสูงถึง 156,358 เยน (ราว 31,000 บาท) โดยที่ ฮิกิชิ เป็นผู้จ่ายทั้งหมด 

          ฮิกิชิ กล่าวว่า "ผมคิดว่าศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียวคงรับประทานอาหารที่ร้านหรูระดับนี้"

          มีรายงานว่า ซาโต้ เป็นคนจัดแจงให้มีการดินเนอร์ครั้งนี้ด้วยตัวเอง แต่ต่อมาเขาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าจริง ๆ แล้วเขาตั้งใจจะเป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารมื้อนั้น แต่ทำไม่ได้เนื่องจาก ฮิกิชิ ชิงเป็นคนจ่ายเงินก่อนตอนที่ตนอยู่ในห้องน้ำ 
  
          นับจากนั้น ฮิกิชิ ก็พาซาโต้และลูกน้องไปเลี้ยงที่ร้านอาหารหรู ประมาณเดือนละ 2 ครั้ง โดยค่าใช้จ่ายในการดินเนอร์สุดหรูหรา มีทั้งการพาไปกินตะพาบและหูฉลาม มูลค่า 136,140 เยน (ราว 27,000 บาท) ในร้านอาหารย่านกินซ่า พาไปเลี้ยงอาหารอิตาลี มูลค่า 101,310 เยน (ราว 20,000 บาท) ในร้านอาหารย่านนิชิ-อาซาบู รวมถึงการเลี้ยงซูชิ มูลค่า 97,900 เยน (ราว 19,000 บาท) ในร้านอาหารย่านอูเอโนะ 
 
          การเลี้ยงต้อนรับไม่จบแค่มื้ออาหาร เมื่อ ฮิกิชิ เริ่มพาทั้งคู่ไปต่อกันที่คลับหรูหราในย่านกินซ่า โดยหมดค่าใช้จ่ายไปอีกหลายแสนเยน ขณะเดียวกัน ฮิกิชิ อ้างว่านับตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 พวกเขาก็เริ่มพากันไปเที่ยวอาบอบนวด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไปในการไปใช้บริการต่อครั้งมากกว่า 200,000 เยน (ราว 40,000 บาท)

          ขณะที่ ซาโต้ ยอมรับระหว่างการสอบสวน ว่าได้ไปอาบอบนวดจริง แต่ยืนกรานว่า ฮิกิชิ เป็นฝ่ายชักชวนไปเองอย่างกระตือรือร้น 
 

มหาวิทยาลัยสัญญาจะปฏิรูป


          หลังจากเรื่องอื้อฉาวถูกเปิดโปง ในเดือนมิถุนายน 2568 ทางมหาวิทยาลัยโตเกียวได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบและปฏิรูปโครงการความร่วมมือทางสังคม และในเดือนตุลาคม ยังประกาศจะปฏิรูปโปรเจกต์การวิจัยและการศึกษา ที่ดำเนินการด้วยเงินทุนจากบริษัทเอกชน 
 
          อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยเผชิญการตรวจสอบอีกครั้ง หลังจากมีการจับกุมแพทย์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตเกียว ในข้อสงสัยเรื่องการรับสินบนในเดือนพฤศจิกายน อีกทั้งในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติที่มีความเป็นเลิศด้านการวิจัยอีกต่อไป โดยที่ผ่านมาสถานะดังกล่าวทำให้ทางสถาบันได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐ 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก The Asahi Shimbun


คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
ฉาว ศาสตราจารย์ ม. ดัง รับสินบน 3.6 แสน เที่ยวคลับหรู - ลงอ่าง หนักจนฝ่ายเปย์แฉเอง ! โพสต์เมื่อ 27 มกราคม 2569 เวลา 11:52:48 แสดงความคิดเห็น