
วันที่ 12 มกราคม 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก เขมิกา ประเสริฐวัฒนะ อดีตพยาบาลโรงพยาบาลรัฐ ออกมาแชร์ประสบการณ์ชีวิตที่ต้องแลกด้วยสุขภาพและเวลาของครอบครัวจากการโหมงานหนัก หลังล่าสุดเกิดกรณีความสูญเสีย พยาบาลโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เวรดึก พร้อมตั้งคำถามถึงคุณภาพชีวิตพยาบาลไทยที่ต้องทำงานล้นมือจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
โพสต์ดังกล่าวระบุว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเพื่อนร่วมวิชาชีพนะคะ พยาบาลโรงพยาบาลร้อยเอ็ด การจากไปครั้งนี้อาจเป็นบทเรียนให้กับพยาบาลทุกคนที่ยังทำงานอยู่ ณ ตอนนี้ ขอกล่าวถึงชีวิตพยาบาลของตัวเองสมัยที่ยังอยู่ในระบบรัฐบาล (รพช.) เงินเดือน 40,000 ถึง 50,000 บาทขึ้นไป ของเด็กจบใหม่ที่รวมค่าล่วงเวลา (OT) ซึ่งบางเดือนต้องขึ้นเวรถึง 30 เวร แลกกับคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ มันยังใช่ชีวิตที่เราอยากทำไปจนเกษียณจริงหรือเปล่า
เกริ่นคร่าว ๆ ตอนเป็นพยาบาลจบใหม่ เราเลือกเองว่าอยากอยู่แผนกอายุรกรรม (Med) เพราะรู้สึกท้าทาย เราเลือกอยู่โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้านและมันเปิดโลกมาก เพราะพยาบาล รพช. ไม่ว่าจะอยู่แผนกไหนก็ต้องมีเวรส่งต่อผู้ป่วย (Refer) ด้วย หากเป็นวันทำการแล้วในแผนกมีเคสส่งต่อ เท่ากับต้องเสียกำลังคนไป 1 คน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ก็มีเวร Refer ทั้งกลางวันและกลางคืน งานที่ค้างอยู่ในแผนก พยาบาลที่ไปส่งเคสกลับมาก็ต้องมารันงานต่อ คำถามคือ "แล้วคนที่อยู่ไม่ได้ช่วยเหรอ" คำตอบคือทุกคนงานล้นมือจริง ๆ เวรเช้ากว่าจะได้ลงเวรก็ 6 โมงเย็น เวรบ่ายกว่าจะลงก็ตี 2 หรือตี 3 ตลอด ส่วนเวรดึกไม่ต้องพูดถึง กว่าจะได้กลับคือ 9 ถึง 10 โมงเช้า และบางวันมีต่อเวรบ่ายด้วยนะ
เข้าสู่เรื่องเล่าชีวิตการทำงานพยาบาล จำได้ว่าฝึกงาน 2 เดือน ก็ต้องขึ้นเป็นตัวจริงและฝึกเป็นหัวหน้าเวร (In-charge) เลย พยาบาล รพช. น่าทึ่งมาก เราต้องขึ้นเวรอัดเพราะบุคลากรไม่พอ แม้พยาบาลจะป่วยหรือมีสิทธิ์ลาอยู่ในมือแต่ก็ไม่กล้าใช้ เพราะสงสารเพื่อนร่วมงาน ข้าวเช้าไม่ได้กิน ข้าวเที่ยงไม่ได้ทาน บางทีได้ทานข้าวเย็นตอน 4 ทุ่มก็มี ว่างตอนไหนต้องรีบกินแล้วรีบไปทำงานต่อ
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เขมิกา ประเสริฐวัฒนะ
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เขมิกา ประเสริฐวัฒนะ
ตารางเวรที่เราแลกกันเพื่อให้ได้หยุดคือ เช้า/บ่าย/ดึก, ดึก/เช้า/บ่าย, บ่าย/ดึก/เช้า หรือ เช้า/เวรส่งต่อ/เช้า/บ่าย ถามว่าขึ้นเวรแบบนี้ผิดไหม ตอบว่าผิดค่ะ แต่เราต้องยอมเพราะอยากมีวันหยุดในวันที่จำเป็น และเพราะคำว่า คนไข้ในวอร์ดล่ะ รวมถึงขีดจำกัดของจำนวนพยาบาลที่มี
เป็นพยาบาล รพช. 3 ปี เคยป่วยไหม เคยลาป่วยไหม ตลอดระยะเวลา 3 ปี ลาป่วยแค่ตอนติดโควิด เมื่อก่อนให้หยุด 5 ถึง 7 วัน แต่เราไม่เคยได้หยุดครบหรอก มากสุดแค่ 2 ถึง 3 วัน ทั้งที่ยังไม่หายดีก็ต้องรีบมาขึ้นเวร มีเหตุการณ์หนึ่งที่ขึ้นเวรติดต่อกันจนนอนไม่พอ รู้สึกเหมือนจะวูบและใจหวิว ๆ แต่ไม่กล้าบอกเพื่อนร่วมงานหรือบอกแม่ที่รออยู่บ้าน เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึงวันหยุดเพียง 1 วันเต็ม ๆ ของเราแล้ว ได้แต่ส่งข้อความบอกแฟนว่า ใจหวิว ๆ อีกแล้ว เค้าจะวูบอีกแล้ว และฝืนทำงานจนจบเวร
เหตุการณ์ที่ 2 ด้วยจำนวนคนไข้ในวอร์ดที่มีทั้งวัณโรคดื้อยาและโรคอื่น ๆ อีกมากมาย ขณะทำงานอยู่เรารู้สึกหนาวสั่นสะท้าน หายใจเร็ว และเหนื่อยมาก เมื่อไปตรวจที่ห้องฉุกเฉิน (ER) พบว่าอุณหภูมิร่างกายสูง 39 องศาเซลเซียส ชีพจร 118 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 24 ครั้งต่อนาที ผลเลือดขาวสูงถึง 32,000 หมอสั่งให้นอนโรงพยาบาลเพื่อฉีดยาฆ่าเชื้อ 3 วัน
แต่ด้วยสถานการณ์ในวอร์ดตอนนั้น ทำให้เราตัดสินใจไม่นอนโรงพยาบาลและไม่ลางาน เราขอฉีดยาที่ ER เพียง 1 เข็ม แล้วกลับไปทำงานต่อ จากนั้นเบิกยามาฉีดเองที่วอร์ดจนครบ 3 วัน บางคนอ่านมาถึงจุดนี้อาจคิดว่าทำไมต้องทรมานตัวเองขนาดนั้น แต่ด้วยสถานการณ์ขณะนั้นที่มีคนไข้ 30 กว่าคน มีเคสวิกฤตที่อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และรับผู้ป่วยใหม่ไม่ต่ำกว่า 5 เคสต่อเวร บางเวรบ่ายรับใหม่มากถึง 12 เคส โดยมีพยาบาลเพียง 3 ถึง 4 คน ยังไม่รวมคนไข้ที่ดื่มสุราหรือใช้สารเสพติดที่เอะอะโวยวายจะทำร้ายเจ้าหน้าที่อีก เราเลือกไม่ได้จริง ๆ ค่ะ นึกถึงใจเขาใจเรา เพราะพี่น้องร่วมเวรทุกคนเขาก็เสียสละ ไม่สบายก็ไม่หยุดเหมือนกัน เราผ่านกันมาได้เพราะมีแค่พวกเราที่สู้กันจริง ๆ ไม่มีผู้ใหญ่มาคอยสนใจชีวิตพยาบาลอย่างพวกเราหรอก พวกเรารู้ดีที่สุด
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เขมิกา ประเสริฐวัฒนะ
จุดเปลี่ยนกับการเลือกเส้นทางชีวิตใหม่
แม่ : แม่ต้องอดนอนเหมือนเรา เพราะต้องคอยมารอลูกลงเวรตอนตี 2 หรือตี 3 ทุกวัน ต้องทำกับข้าวให้ลูกไปกินที่ทำงานทุกมื้อ ทั้งที่อยู่บ้านหลังเดียวกันแต่เราแทบไม่ได้คุยกันเลย ไม่เคยพาแม่ไปไหนเพราะคำว่า หนูติดเวรนะแม่ พิมพ์ไปก็น้ำตาไหลไป ประโยคที่แม่ส่งหาตลอดคือ แม่ทำแกงส้มไว้รอนะ หรือ แม่ทำพะโล้ที่ลูกอยากกินไว้ให้แล้ว คำตอบที่ส่งกลับไปคือ หนูมีเวรต่อนะแม่ แช่ตู้เย็นไว้เลย ลงเวรหนูจะไปกิน พอลงเวรมา กับข้าวที่แม่ถ่ายรูปให้ดูยังอยู่ครบทุกถุง เพราะแม่ไม่ยอมกินเพื่อเก็บไว้ให้ลูกคนเดียว เหตุการณ์ที่แม่ล้มจนทุกวันนี้แขนแม่ยกไม่ได้เต็มร้อยเพราะแม่ไม่บอกลูก กลัวลูกเป็นห่วง จนเกิดภาวะไหล่ติด เรามารู้ความจริงในวันที่เห็นรอยช้ำที่แขนแม่ แม่ถึงยอมบอก เราพาแม่ไปกายภาพตลอด แต่เรื่องที่น่าเศร้าไม่ใช่รักษาไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่เราโทษตัวเองมาตลอดว่าเราดูแลแม่ได้แค่นี้หรือ ? เราคุยกับคนไข้มากกว่าแม่ อยู่กับคนไข้มากกว่าอยู่กับครอบครัว เราจะไม่ยอมอยู่ที่เดิมในงานที่แก้ปัญหาไม่ได้อีกแล้ว เราจะใช้ชีวิตกับครอบครัวให้มากขึ้น
.jpg)
ภาพจาก เฟซบุ๊ก เขมิกา ประเสริฐวัฒนะ
สามี : เราไม่ค่อยได้เจอกัน บทสนทนามีเพียงคำว่า "กินข้าวด้วยนะ" "เป็นไงบ้าง" "ถึงที่ทำงานแล้วนะ" "พักผ่อนเยอะ ๆ นะ" "เป็นห่วงน" "ลงเวรยัง" ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบกลับ ชีวิตช่วงที่เป็นแฟนกัน เรามักให้ความสำคัญกับงานก่อนครอบครัวเสมอ เหตุการณ์ของแม่จึงทำให้เราต้องทบทวนตัวเองใหม่ทั้งหมด
หลานสาว : หลานป่วย มีไข้และอาเจียนหนัก เราลงเวรมาตอน 10 โมงเช้าโดยที่แม่ไม่ได้บอก และเรากำลังจะไปขึ้นเวรบ่ายต่อ ช่วงบ่าย 3 แม่เล่าว่าหลานอาเจียนเยอะแต่ตอนนี้หยุดแล้ว เราไม่ได้เข้าไปดูอาการหลานเพราะเห็นหลานยิ้มให้ก็คิดว่าคงดีขึ้น จนกระทั่งจังหวะที่กำลังจะขึ้นรถไปทำงาน หลานสาวเกิดหัวใจหยุดเต้นและฟุบไปต่อหน้าแม่ เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เราตัดสินใจเปลี่ยนนาฬิกาชีวิตตัวเองเสียที ก่อนที่คนที่เรารักจะไม่อยู่กับเรา ซึ่งถึงตอนนั้นเราคงเสียใจมาก
พยาบาลเป็นอาชีพที่เสียสละ แต่ขอให้ความเสียสละนั้นเกิดขึ้นเฉพาะในเวลาทำงาน การเสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อคนไข้ตลอดการทำงานนั้นเพียงพอแล้ว อย่าให้ต้องขึ้นเวรหนักจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง อย่าขโมยชีวิตพยาบาลไปทั้งหมดขนาดนั้น เขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีครอบครัวที่รักเขาไม่ต่างจากคนอื่น รายได้พยาบาลบางที่อาจจะสูงถึง 40,000 หรือเป็นแสน แต่อย่าไปโฟกัสแค่ตัวเงินเลยค่ะ เพราะชีวิตพวกเขาแทบไม่มีเวลาหาความสุขให้ตัวเองเลย
หากไม่มีเหตุการณ์ร้าย ๆ ในอดีต ก็คงไม่ทำให้เราเติบโตในสถานที่แห่งใหม่และได้เปลี่ยนแปลงนาฬิกาชีวิตมาจนถึงตอนนี้ ตอนที่มีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว ทำงานอย่างเต็มที่ และได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ ไม่โฟกัสเงินจนเกินไป เอาแค่สบายกาย สบายใจ เลี้ยงตัวเองได้ไม่ลำบาก และได้เห็นรอยยิ้มของคนในครอบครัว นี่แหละคือความสุขในฉบับพยาบาลของเรา
ขอแสดงความเสียใจจากการจากไปของเพื่อนร่วมวิชาชีพอีกครั้งนะคะ พยาบาลโรงพยาบาลร้อยเอ็ด

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
