ตำรวจลุยตรวจคอนโดคนจีน เอะใจมีชั้นวางอุปกรณ์เพียบ ค้นเจอ Mini PC เถื่อน 130 เครื่อง ใช้ใส่ซิมปล่อยสัญญาณ คาดใช้ทำคอลเซ็นเตอร์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.
วันที่ 6 ตุลาคม 2568 ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ กสทช. บุกคอนโดคนจีน ยึด Mini PC เถื่อนกว่า 130 ชิ้น ใช้ใส่ซิมปล่อยสัญญาณปลอม สืบเนื่องจากพบเบาะแสว่ามีการลักลอบตั้งศูนย์ปฏิบัติการต้องสงสัย ภายในอาคารแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งอาจใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมฉ้อโกงประชาชน หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยได้ข้อมูลภาพถ่ายภายในห้องดังกล่าว พบชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก คาดว่าเป็นเครื่องมินิพีซี (Mini PC)
ต่อมา ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้น ก่อนสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ กสทช. เข้าตรวจค้นภายในห้องพักบนชั้น 23 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ ขณะเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบผู้จัดการบริษัทรับฝากขาย-เช่าเป็นผู้ดูแลห้องดังกล่าวให้แก่เจ้าของห้อง พร้อมผู้จัดการนิติบุคคลอาคาร จึงแสดงหมายค้น และนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในห้อง
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.
จากการตรวจค้น พบเครื่องวิทยุคมนาคม (Mini PC) อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และฐานรองซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ รวม 137 ชิ้น ซึ่งเป็นเครื่องวิทยุคมนาคมเถื่อน (Router ใส่ซิมการ์ด) ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน กสทช. อุปกรณ์แต่ละตัวมีเสาอากาศ สายไฟ และสาย LAN เชื่อมต่ออยู่ ลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจำนวนมากในเวลาเดียวกัน เช่น ระบบที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้รองรับการหลอกลวงในรูปแบบ Scammer
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเพิ่มเติมว่า อุปกรณ์เหล่านี้อาจถูกใช้เพื่อปล่อยสัญญาณปลอม ดักจับข้อมูลออนไลน์ เช่น SMS หรือ OTP รวมถึงอาจใช้ในการเจาะระบบบางอย่าง หรือสร้างข้อมูลการใช้งาน Server หรือ Router ปลอมขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามตัวตนจากเจ้าหน้าที่
ตรวจสอบข้อมูลกับผู้จัดการบริษัทรับฝากขาย-เช่าที่ดูแลห้องดังกล่าว ทราบว่าผู้เช่าคือ Mr. ZHANG HAINING สัญชาติจีน เป็นผู้ทำสัญญาเช่าห้อง ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 6 และ 11 ประกอบมาตรา 23 ฐาน "มีและใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต" มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดของกลางทั้งหมด 4 รายการ รวม 137 ชิ้น ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลติดตามตัวชาวจีนรายดังกล่าวมาดำเนินคดี รวมถึงตรวจสอบขบวนการที่อุปกรณ์เหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก
เฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.

ข่าวในพระราชสำนัก ข่าวในพระราชสํานักย้อนหลัง
ข่าวบันเทิงดาราไทยข่าวบันเทิงวันนี้ ข่าวบันเทิงล่าสุด
ข่าวบันเทิงเกาหลีข่าวบันเทิงเกาหลีวันนี้
ข่าวบันเทิงต่างประเทศข่าวดาราฮอลลีวู้ด และอื่นๆ
ข่าวเพลงใหม่ข่าวเพลงวันนี้
ข่าวหนังใหม่ข่าวหนังต่างประเทศ
ข่าวการเมืองข่าวการเมืองล่าสุด ข่าวการเมืองวันนี้
ข่าวเศรษฐกิจข่าวเศรษฐกิจโลก ข่าวเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ ข่าวต่างประเทศล่าสุด
ข่าวประเทศจีนข่าวจีนวันนี้ ข่าวจีนแปลกๆ
ข่าวอาชญากรรมข่าวอาชญากรรมวันนี้ ข่าวอาชญากรรมล่าสุด
ข่าวปัญหาสังคมข่าวเตือนภัยสังคม
ข่าวยาเสพติดจับยาเสพติดวันนี้
ข่าวอุบัติเหตุคลิปอุบัติเหตุ อุบัติเหตุสยอง ข่าวอุบัติเหตุวันนี้
ข่าวสภาพอากาศ - น้ำท่วมข่าวพยากรณ์อากาศ น้ำท่วมล่าสุด
ข่าวภูมิภาคข่าวภูมิภาค 77 จังหวัด ข่าวภูมิภาควันนี้
ข่าวภาคใต้ข่าวภาคใต้ล่าสุด ข่าวด่วนภาคใต้
ข่าวกีฬาข่าวกีฬาวันนี้
ข่าวฟุตบอลข่าวกีฬาฟุตบอล ข่าวฟุตบอลทั้งหมด
ข่าวรถใหม่ข่าวรถยนต์ ราคารถใหม่ ข่าววงการรถ
ข่าวมือถือข่าวมือถือล่าสุด ราคามือถือ
ข่าววิทยาศาสตร์ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่ น่ารู้
ข่าวไอทีอัพเดทข่าวไอที ข่าวไอทีวันนี้
ข่าวการศึกษาข่าวการศึกษาไทย ข่าวการศึกษาวันนี้
ข่าวอาเซียนข่าวอาเซียนวันนี้ ล่าสุด
ข่าวสุขภาพข่าวสุขภาพน่ารู้ สุขภาพวันนี้
ข่าวท่องเที่ยวข่าวท่องเที่ยวล่าสุด ข่าวท่องเที่ยวไทย
ข่าวหวยเลขเด็ดงวดนี้ ข่าวหวยดัง
ข่าว x-fileข่าวแปลกๆ เรื่องแปลกทั่วโลก เรื่องลึกลับ
ข่าวฮิตสังคมออนไลน์กระแสเรื่องฮิต จาก facebook twitter
คลิปข่าวคลิปข่าววันนี้ คลิปข่าวใหม่ คลิปข่าวล่าสุด
